หน้าแรก > Diary > เมื่อไหร่เมืองไทยจะมีการรับประกันความพึงพอใจของสินค้า

เมื่อไหร่เมืองไทยจะมีการรับประกันความพึงพอใจของสินค้า

มิถุนายน 29, 2008 zedth ใส่ความเห็น Go to comments

วันนี้ไปหลายที่มาก ๆ ตื่นเช้ามาเริ่มจากการเช็คบัญชี Google Adwords พบว่าเมื่อคืนนี้มีคนคลิ๊กเข้ามาเยอะเหมือนกัน ยอดเงินลงทุนเลยพุ่งพรวด ๆ เพราะว่า ตั้งงบประมาณลงทุนไว้ที่ 1,000 บาทต่อวัน เพราะว่าเป็นช่วงวันหยุด คนน่าจะจับจ่ายซื้อของกันเยอะในช่วงนี้

เสร็จแล้วก็ออกจากบ้านตอน 10 โมง เพราะว่ารอให้พันธุ์ทิพย์เปิดก่อน ซึ่งก็ไปถึงพันธุ์ทิพย์1030 ร้านก็ยังเปิดกันไม่เยอะเลย ก็เลยเดินไปร้านแบตเตอร์รี่ก่อน ร้านนี้อยู่ชั้น 3 ห้อง 352 ชื่อ P&B Accessory ซึ่งเราก็ไปแจ้งปัญหาว่าแบตเตอรี่ที่ซื้อมามันเสื่อม โดยได้อธิบายว่า ตอนที่ซื้อมาครั้งแรก ใส่แท่นชาร์จไปได้ไม่ถึง 5 นาทีก็เต็ม เพราะว่าไฟชาร์จดับ แล้วพอมาทดลองถ่ายวีดีโอก็ได้แค่ประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่แบตฯจริง ๆ ที่แถมมากับกล้องนั้นมันถ่ายได้ถึงชั่วโมงกว่า ๆ ซึ่งทางร้านก็บอกว่า แบตฯตัวนี้มันเป็นของกล้องถ่ายรูป ความจุจะน้อย ก็เลยถ่ายวีดีโอได้น้อย แล้วมันก็ไม่ใช่แบตฯถ่ายวีดีโอด้วย คือพยายามจะบอกว่าเราใช้ผิดประเภทนั่นเอง เราก็เลยต้องอธิบายใหม่ว่า เข้าใจว่ามันแบตฯ กล้องถ่ายรูป แต่เข้าใจมั๊ย ผมทำการทดลองเพื่อลองประสิทธิภาพของแบตฯ โดยผมทดลองเทียบกับแบตฯที่แถมมา ด้วยการลองถ่ายวีดีโอซึ่งมันเห็นผลเร็วกว่าไปถ่ายรูปทีละรูป ซึ่งผลมันออกมาว่า มันถ่ายได้แค่ครึ่งชั่วโมง แต่แบตฯจริง มันถ่ายได้ชั่วโมงกว่า ๆ แสดงว่าแบตฯคุณมันเสื่อม คุณเอาของไม่ได้คุณภาพมาขาย และคุณแม่ง เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคอยู่นะโว้ย อันหลังนี่คือด่าในใจ ทางร้านก็ยังไม่เข้าใจอีก เค้าก็เลยให้เราลองถ่ายวีดีโอให้ดู ซึ่งมันก็ถ่ายได้แค่ครึ่งชั่วโมงตามที่บอกจริง ๆ แต่ร้านก็พยายามบอกว่า เค้าโทรไปถามช่างแล้ว แบตฯตัวนี้มันก็ถ่ายได้เท่านี้แหละ เราก็เลยไม่รู้จะพูดยังงัย ก็เลยออกจากร้านมาด้วยความช้ำใจ

เซ็งเหมือนกันแต่ไม่มาก เพราะอย่างไรเสียมันก็ยังพอใช้ได้ แต่รู้แบบนี้ซื้อแบตฯปลอมมันแต่แรกก็ดีแล้ว นี่ยังไม่ได้พูดถึงว่า แบตฯ มันหน้าตาไม่เหมือนของจริงเท่าไหร่ และมีรอยบุบ ๆ ด้วยนะ สรุปแล้วก็คือ กูโง่เอง เสียรู้พวกมึง แต่จำไว้เลยร้านนี้ จะไม่ไปซื้ออะไรอีกแล้ว

อยากให้ร้านพวกนี้ มีประกันความพึงพอใจ คืนเงินได้จริง ๆ ถ้าอยู่ประเทศที่เจริญแล้วคงไม่มีปัญหานี้ แต่นี่เมืองไทย ก็คงได้แต่เก็บไว้ในใจ จะไปตามเพื่อนตำรวจมากดดัน ก็ไม่รู้จะมีใครมาให้หรือเปล่า ไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้วด้วย

พอเสร็จธุระส่วนตัว ต่อไปก็งานหลวงแล้ว ก็ไปหาซื้อ DVD-RW ไปใส่เครื่องของแผนก เดี๋ยวนี้ราคาถูกลงได้ของ Lite-On ราคา 820 บาท ของเดิมเป็น CD ธรรมดา ๆ เลย คราวนี้ก็จะได้ไรท์งาน ข้อมูลต่าง ๆ เก็บไว้บ้าง ไม่งั้นเกิดฮาร์ดดิสก์เจ๊งขึ้นมาล่ะก็ บรรลัยกันหมด

ต่อไปก็เป็น กระดาษอัดรูป A4 , DVD-R , CD-R พอได้ครบแล้วก็ออกจากพันธุ์ทิพย์ เพื่อที่จะเอาของไปฝากไอ้หมูไว้ก่อน เพราะของเยอะและหนักมาก ระหว่างเดินไปขึ้นรถเมล์ ก็เจอที่สก๊อตเทปแมน ราคา 50 บาท กับพรมน่ารัก ๆ ราคาผืนละ 100 ก็เลยซื้อไปใช้หน่อย

DSCF6016

DSCF6004

แล้วระหว่างทางก็เจอกับร้านขายรองเท้ามือสอง ราคาถูกมาก ๆ ก็เลยเข้าไปรื้อ ๆ ค้น ๆ ได้มาคู่นึง ราคาร้อยเดียวเอง จริง ๆ หามาหลายร้านแล้ว เพิ่งจะมาเจอที่ใส่ได้ ก็ที่ร้านนี้แหละ ทีนี้ก็ได้เปลี่ยนคู่ใหม่ซะที คู่เก่าใช้มา 5-6 ปีแล้ว ทั้งใส่ทำงาน ทั้งใส่ไปงานต่าง ๆ ขาดวิ่นแล้ว ซ่อมมาก็หลายครั้งเหมือนกัน เปลี่ยนซะที แต่ไม่ใหม่นะ มือสองแต่คุณภาพยังดีอยู่

DSCF6012
คู่ใหม่

DSCF6014
คู่เก่า

นัดเจอไอ้หมูที่ J.J.Mall แต่เรานั่งรถเลยไปลงตรงลาดพร้าว ก็เลยไปรับรูปที่ระลึกพลทหารมาให้เลย จะได้ไม่ต้องย้อนมาอีก แต่ว่าแบกขึ้นรถเมล์ไม่ไหว เพราะของตัวเองก็เต็มสองมือแล้ว ก็เลยต้องขึ้นแท๊กซี่แทน เสร็จแล้วก็ไปเดินจตุจักรเป็นเพื่อนมัน ก่อนที่จะแยกกันกลับ

เราก็ไปต่อที่ จัสโก้ รัชดาฯ กะว่าจะไปซื้อหน้ากากแบบ L สักหน่อย แต่ว่ามันไม่มีแล้ว เสียดายจัง แต่ก็ได้หน้ากากปิดจมูก กับคีมล๊อกมาอีกชิ้น แล้วก็ไปกินข้าวเย็นที่แบล๊กแคนยอน สาขานี้บริการดีมาก ไหว้ตลอด มาถามว่าอาหารอร่อยมั๊ย มาเติมน้ำให้ ถือว่าการบริการอยู่ในเกณฑ์ดีเกินคาด น่ามานั่งกินอีก

ที่รัชดาฯนี่เจอพรมแบบเดียวกัน แต่ราคา 80 บาท โอ้วมายก็อด เสียดาย

เสร็จจากนี่ก็กลับบ้านไปเอารูปใบประกาศฯ ข้ามเส้นดิเควเตอร์ พ่อวาดออกมาสวยถูกใจมาก ๆ แต่เราต้องเอาไปแสกนให้เป็นไฟล์ แล้วก็ใส่รูปเรือเป็นพื้นหลังอีก แล้วก็ใส่ข้อความกับแต่งสี ก็เป็นอันเสร็จ แต่ยังกังวลอยู่ว่า เครื่องแสกนที่เรือจะแสกนได้มั๊ย ดู ๆ แล้วน่าจะใหญ่กว่าเครื่อง ซึ่งถ้าแสกนไม่ได้ ก็จะใช้วิธีถ่ายรูปเอา คงใช้ได้

Equator-Certification

สำหรับวันนี้ก็มีภารกิจเท่านี้ พอกลับบ้านมาก็ทำการตลาดกับ Google ต่อ เพราะวันนี้ได้อ่านเคล็ดลับมาอีกเยอะ จะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะว่าเมื่อวานนี้ลงทุนไปพันนึง แต่ ROI กลับมาแค่ เหรียญกว่า ๆ เอง แบบนี้ไม่เรียกว่าทำธุรกิจแล้ว นี่มันเอาเงินไปละลายชัด ๆ แต่ก็ยังดีกว่าเอาไปกินเหล้าอ่ะนะ เสียเป็นพันเหมือนกัน แต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย

  1. กรกฎาคม 1, 2008 ที่ 12:46 pm | #1

    งานรัดติ้วทั้งวันเลยนะคะ เรื่อง Battery ก็เก็บไว้เป็นประสบการณ์ละกัน

  2. mayaknight
    กรกฎาคม 1, 2008 ที่ 5:56 pm | #2

    อุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องมีทั้งของจริงและของไม่จริง ทำลอกเลียนแบบได้เหมือนมาก ที่ซื้อมานั้นคงจะเป้นของปลอมแน่นอนคะ..น่าเสียดาย…แต่ของจริงแบตจะแพงมากๆนะคะ

  1. No trackbacks yet.