Posted by: zedth | กรกฎาคม 19, 2008

Darwin

ในที่สุดพวกเราก็มาถึงดาร์วินเสียที ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของเราแล้ว โดยระยะทางรวมตั้งแต่ออกจากสัตหีบถึงดาร์วิน เป็นระยะทางทั้งหมด 2626 ไมล์ทะเล

วันนี้เราตื่นนอนตอนตีห้าครึ่ง แต่พอตื่นขึ้นมาก็ปรับเวลาเป็น 7 โมงครึ่งทันที เพราะว่าเวลาของที่นี่เร็วกว่าไทย 2 ชม. พอตื่นแล้วก็อาบน้ำ แปรงฟัน แล้วก็แต่งชุดขาวน้อย ไปที่หัวเรือ เพื่อรอถ่ายรูปตอนเรือเข้าร่องน้ำ

DSCF7128

DSCF7134

วันนี้อากาศดี เมฆน้อย ท้องฟ้าแจ่มใส ลมทะเลพัดกำลังดี และอากาศบริสุทธิ์มาก อุณหภูมิเหมาะสม ไม่หนาวไม่ร้อน กำลังเย็นสบาย

ร่องน้ำที่ดาร์วินนี่เราจำไม่ได้เลย ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร สงสัยตอนที่มาครั้งแรกเข้ายามอยู่ในห้องเครื่องแหง ๆ

DSCF7159

ร่องน้ำที่นี่ กว้างขวาง แทบจะไม่มีที่หมายอันตรายเลย นอกจากเรือยอร์ชลำน้อย ๆ ซึ่งก็มีอยู่แค่ ลำ-สองลำ กับเรือ Speed Boat ที่ชอบแล่นตัดน้ำ แต่น้ำในร่องน้ำก็แรงอยู่เหมือนกัน ถ้าหยุดเครื่อง เรือก็จะไหลไปเรื่อย ๆ เลย

DSCF7179

พอเรือใกล้เทียบ เราก็เปลี่ยนไปอยู่บนดาดฟ้าทัศนฯ กับ ดาดฟ้าฮาร์พูน ถ่ายรูปเรือต่าง ๆ โดยเฉพาะเรือดำน้ำ H.M.A.S. Collins ส่วนตำแหน่งจอดเรือของเรานั้น เราเทียบข้างเรือ H.M.A.S. Wooloomta ซึ่งเป็นเรือฟริเกต

DSCF7162 

DSCF7187

พอเรือเทียบเรียบร้อย ก็เริ่มมีการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของ PDLTOLL ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมมลภาวะของดาร์วิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะขึ้นมาตรวจ ห้องเย็นที่เก็บเสบียง , ห้องครัว, ห้องรับประทานอาหาร , ห้องล้างจาน , ห้องน้ำ , ห้องส้วม และระบบ Sewage เพื่อรับรองว่าเรือเราผ่านมาตรฐานด้านการควบคุมมลภาวะ ซึ่งที่นี่มีกฏว่า ห้ามนำ อาหาร ทั้งสด และที่ประกอบแล้ว, เครื่องดื่ม , สัตว์ , พืช .ซากสด , เมล็ดพันธุ์พืช ขึ้นจากเรือไปบนฝั่ง และห้ามทิ้งขยะ รวมถึงสิ่งของที่ว่าลงในน้ำเด็ดขาด ซึ่งกฏหมายที่นี่มีโทษหนัก ถ้าฝ่าฝืน มีโทษจำคุกถึง 2 ปีเลยทีเดียว

หลังจากนั้น ก็มีนายยามพรรคกลิน ของเรือ H.M.A.S. Toowoomba เป็นจ่าเอก (Petty Officer) ชื่อ Ryan มาติดต่อเรื่องการต่อสายน้ำจืด และระบบ Sewage ซึ่งเราเข้าไปรับหน้าเสื่อพอดี จะว่าไปแล้ว หูเราก็ใช้ได้นี่หว่า ฟังเค้ารู้เรื่องเหมือนกัน สื่อสารกันรู้เรื่อง ส่วนปากนั้น ก็เริ่มจะดีขึ้นแล้ว สามารถพูดได้คล่องขึ้น สำเนียงดีขึ้น ฝรั่งไม่ค่อยถามซ้ำเท่าไหร่ พูดทีเดียวฟังออกเลย นี่ถ้าอยู่ต่ออีกสองอาทิตย์แล้วได้พูดภาษาอังกฤษทุกวัน คงจะดี

หลังจากที่เคลียร์เรื่องต่าง ๆ หมดแล้ว ก็มาทานข้าวกลางวัน แล้วก็ขึ้นมานอนพักผ่อนที่ห้อง แล้วก็เผลอหลับไปเลย ตื่นมาอีกทีตอนประมาณบ่ายสอง พอลงไปที่ห้องโถง ต้นกลก็ใช้งานพอดี เลยได้ไปคุยกะ Ryan ขอความช่วยเหลืออีกรอบ ซึ่งก็เรียบร้อยดี เสร็จแล้วก็กลับมาเปลี่ยนชุดกีฬา ออกไปวิ่งกับพี่ ๆ น้อง ๆ

แล้วเราก็ออกจากท่าเรือตรงไปที่สวนสาธารณะ Bicentenial Park ซึ่งที่สวนนี้ก็จะมีประติมากรรม เพื่อระลึกถึงสงคราม ทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 อยู่หลายอัน

DSCF7198

DSCF7200

DSCF7203

DSCF7205

DSCF7218

DSCF7214

นอกจากนี้แล้วสวนนี้ก็ยังติดกับทะเล มีมุมสวย ๆ เยอะแยะ แล้วก็มีนกพันธุ์ที่ไม่เคยเห็นอยู่ 2 พันธุ์ กับมีนกเขาด้วย แต่ไม่ยักกะมีนกกระตั้วเหมือนที่ซิดนีย์ แล้วก็มีชนเผ่าอะบอริจินนั่งเล่นอยู่เพียบ ที่นี่เค้าเลี้ยงชนเผ่านี้ โดยถือว่าเค้าเป็นเจ้าของดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นจึงมีสิทธิเสรีภาพเต็มที่บนผืนแผ่นดินแห่งนี้ แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่หรอก ถ้าทำความเดือดร้อน หรือทำผิดกฏหมายก็คงจะโดนจับอยู่ดี เพียงแต่ว่า ถ้าเป็นปกติ ก็จะไม่มีใครไปยุ่งกับเค้า

DSCF7224

DSCF7222

พอหลุดจากสวนสาธารณะซึ่งยาวเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ก็เข้าสู่แหล่งชุมชน ซึ่งบ้านเรือนที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นอพาร์ตเม้นต์ และทาวน์เฮาส์ แทบจะไม่เห็นบ้านเดี่ยวเลย ระหว่างเดินก็เจอขบวนรถแต่งงานด้วย เค้าเอาโบว์สีขาวมาคาดหน้ารถลีมูซีน คล้าย ๆ บ้านเราเลย

DSCF7226

แล้วก็ไปเจอซุปเปอร์มาร์เก็ตเข้า ก็เลยเข้าไปหาซิมการ์ด แต่ไม่มี แต่ก็ไปเจอกับโบว์ชัวร์ของ Phone Card แบบที่ใช้กับโทรศัพท์บ้าน และสาธารณะได้ ก็เลยยืนอ่านมันหน้าร้านนั่นแหละ และก็ได้ความว่า โทรกลับไทยแค่นาทีละ 12 - 19 C เท่านั้นเอง ก็เลยจะซื้ออันนี้แหละ แต่ก็ได้ลองถามพนักงานดู ซึ่งก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่ แต่โชคดีว่ามีลูกค้าคนหนึ่ง ช่วยแนะนำให้ ซึ่งทำให้เราเข้าใจว่า ที่เราต้องใช้มีแค่ เหรียญที่จะใช้หยอดตู้เท่านั้น ดังนั้นเราเลยจะหาซื้อของอะไรสักอย่างเพื่อจะได้ขอเงินทอนเป็นเหรียญ ซึ่งก็เดินหาจนทั่วร้าน ก็ไม่รู้จะซื้ออะไรดี เพราะของบางอย่างไม่ติดราคา ไอ้ที่ติดก็แพง อย่างไอติม Magnum ของ Walls ก็ราคา 100 กว่าบาท ลงท้ายก็ฌลยหยิบนมรสกาแฟมาขวดนึง แล้วก็ไปที่แคชเชียร์ พร้อมกับขอเงินทอนเป็นเหรียญ ซึ่งตอนนี้เอง ที่พนักงานบอกกับเราว่าถ้าจะโทรศัพท์กลับประเทศตามโบว์ชัวร์นี้ ต้องมีการ์ดของระบบนี้ด้วยนะ อ้าวเพิ่งมาบอก รู้งี้ก็ไม่ซื้อนมหรอก ซื้อแต่การ์โอย่างเดียวก็พอ ซึ่งเราก็ซื้อบัตรราคา 10 AUD มา รวมกับค่านม ก็เป็น 13.4 AUD แพงสาด นมขวดละเกือบร้อย

บัตรที่เราซื้อมายี่ห้อ Super Buzz Global โทรกลับไทยแค่ 12 c เท่านั้นเอง ซึ่งเราก็ลองที่ตู้โทรศัพท์หน้าร้านเลย เดินไปถึงก็หยอดไป 1 AUD แล้วก็กดหมายเลขตามที่บัตรเขียนเอาไว้ แต่ปรากฏว่าปลายสายไม่รับ แล้วสัญญาณก็เงียบไป ไม่มีคำแนะนำอะไรทั้งสิ้น แต่เห็นที่หน้าจอบอกว่า ค่าโทรขั้นต่ำ 50C ก็เลยคิดว่าจตะโทรต่อ แต่มันนิ่ง ทำอะไรไม่ถูก ก็เลยวางหูไปโดยหวังว่ามันจะทอนเงิน 50 c มาให้ แต่มันไม่ เจ็บใจโคตร แถมจะโทรต่อก็ไม่ได้ มันบอกว่า ใช้เหรียญไม่ได้แล้ว อยากโทรต่อต้องใช้การ์ด เราก็เลยต้องเดินไปหาตู้ใหม่ข้างหน้า

DSCF7250 

พอเดินไปเรื่อย ๆ ก็เจอกับแหล่งร้านค้า เต็มสองข้างถนน แต่วันนี้ร้านส่วนใหญ๋จะปิด ซึ่งเป็นปกติของที่นี่ ที่จะปิดร้านเร็ว โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์นี่แทบจะไม่เปิดกันเลย แต่จะมีพวก McDonald , Domino Piza พวกของกินทั้งหลายที่จะเปิดตลอด ที่นี่เมื่อตอนฝึกภาคทะเลชั้น 5 ก็เคยมาอยู่ จำได้ ยังเหมือนเดิม แต่มีร้านเยอะขึ้น

ที่นี่มีตู้โทรศัพท์เยอะแยะ เราเลือกได้ตู้หนึ่ง แล้วหยอดไป 50 c โอเค คราวนี้มีคนรับแล้ว ก็เลยได้คุยนานเลย พอวางหูเสร็จก็ลอง ๆ คำนวนดูแล้ว ตกนาทีละ 4.25 บาท ไม่รวม Connection Fee อีก 50 c หรือ 15 บาท ซึ่งไอ้ Connection Fee นี่แหละ ที่แสบ เพราะว่าเวลาที่โทรเราต้องกดเข้าไปที่เบอร์กลางของระบบนี้ก่อน เพื่อที่จะใส่รหัสการ์ด แล้วถึงกดเบอร์ปลายทาง ซึ่งถ้าปลายสายไม่รับ , ไม่ว่าง , รับแล้วไม่ได้ยิน ก็โดนกินเงินไปเลย เซ็งห่านกันไป ซึ่งเราโดนมาสองแบบเลย เพราะพอโทรกลับบ้านอีกที แม่ไม่ได้ยินเสียงเรา แล้วก็วางหูไป ก็เลยตัดสินใจเอา Roaming โทรแทน ชัวร์กว่า ซึ่งคุยไปได้ สามนาทีเอง ซัดไป 95 บาท ตกนาทีละ 30 กว่าบาท ก่อนวางเลยขอให้แม่เติมเงินจากไทยให้สัก 300 บาท

DSCF7227

โทรศัพท์เรียบร้อย ก็มืดแล้ว เกือบทุ่มนึง ก็เลยเดินกลับ แต่ปรากฏว่าหลง ก็เลยเดินกลับทางทิศที่มา แล้วก็เห็นป้าย Port of Darwin เลยเดินไปทางนั้น แต่ยิ่งเดินไป ก็ยิ่งไม่คุ้น แต่โชคดีว่า เดินไปเห็นเสาไฟเรือจอดอยูไกล ๆ พอดี ก็เลยเดินไปตามทิศนั้น แต่ปรากฏว่ามันไม่ใช่ เลยลองถามคนแถวนั้นดู เค้าก็บอกให้เดินย้อนกลับไป พอเดินกลับไปก็เจอไซต์ก่อสร้าง ไม่คุ้นอีกเช่นเคย เจอคนสวนทางมาก็เลยถาม แต่เค้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่ามาจากซิดนีย์ แต่เราก็ยังคงเดินทางเดิม เพราะคิดว่าทางนี้แหละใช่ จนเดินไปเจอจ่าจี กับ จ่านวยเข้า ก็เลยเดินกลับพร้อมกัน และเรามาถูกทางแล้ว

พอใกล้ถึงท่าเรือ ก็มีพลุอยู่ที่อีกฝั่งของเกาะ ก็เลยได้ลองถ่ายรูปด้วยฟังก์ชั่นถ่ายพลุเลย ใช้ได้เลย เก็บรายละเอียดได้ดี รู้สึกคุ้มค่าขึ้นมาอีกเยอะ

DSCF7241

แล้วก็กลับถึงเรือเกือบ ๆ สองทุ่ม มาถึงก็ไปรีดเสื้อ 2 ตัว เพราะรอทหารมาสองวันแล้ว ไม่รีดให้ซักที ก็เลยรีดเองดีกว่า ไม่ต้องหวังพึ่งทหารแล้ว พึ่งตัวเองไปนั่นแหละ เสร็จแล้วก็ไปซิทอัพ นั่งสมาธิไป 20 นาทีสวดมนต์ หัดท่องบทสวดถวายสังฆทาน แล้วก็ไปซักผ้า อาบน้ำต่อ

อาบน้ำเสร็จลงมาดื่มกาแฟ แล้วก็ดูของที่คนไทยเอาขึ้นมาให้เป็นตัวอย่าง ให้ประจำเรือเลือกดู ซึ่งก็เป็นของที่มีราคาถูกกว่าเมืองไทยทั้งนั้น เช่น วิตามิน , ไวน์ , เหล้า , ครีม , น้ำหอม ซึ่งเราก็เลยเปรียบเทียบราคา เป็นไทย แล้วก็จดไว้ จะได้มาคิดว่า จะซื้ออะไรฝากให้ใครบ้าง เพราะรายชื่อเยอะเหลือเกิน เบี้ยเลี้ยงได้มาก็หมดไปกับของฝากนี่แหละ

เสร็จแล้วก็กลับมาที่ห้องนั่งเขียนไดตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ จนเกือบเที่ยงคืนแน่ะ

Posted by: zedth | กรกฎาคม 18, 2008

คลื่นเรียบเคียงเรา

ตื่นพร้อมแตรประจำสถานีรบ แล้วก็รีบใส่ชุดหมี เข้าห้องน้ำ แล้วลงไปที่หน่วยซ่อมหัว ตอนนี้จัดตำแหน่งใหม่ จากหัวหน้าศูนย์ DC โดนลดชั้นมาเป็นหัวหน้าหน่วยซ่อม เพื่อให้สัมพันธ์กับการเข้ายามเรือเดิน ซึ่งการจัดแบบใหม่นี้ นายยามเรือเดินในขณะนั้น จะเป็น หัวหน้าศูนย์ DC  แล้วนายยามของผลัดที่กำลังจะเข้า กับผลัดออกก็จะเป็น หัวหน้าหน่วยซ่อม ของหน่วยซ่อมหัว หรือ ท้าย ซึ่งเหมาะสมเวลาเรือเดิน เพราะการจัดหน่วยซ่อมของเรือลำนี้ ไม่ได้กำหนดตำแหน่งของเจ้าหน้าที่หน่วยซ่อมที่แน่นอน แต่จะจัดตามตำแหน่งยาม

พอเลิกฝึกเสร็จก็กลับขึ้นมาที่ห้องเล่นโยคะ , เล่นกล้ามท้อง , ยึดพื้นนิดหน่อย แล้วถึงไปแปรงฟัน อาบน้ำ แล้วก็ซักผ้า อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ ก็ลงมาทานข้าว แล้วออกไปรับลมนอกตัวเรือ วันนี้อากาศสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ท้องทะเลมีคลื่นเล็กน้อย ขณะนี้เราอยู่ที่ พิกัดประมาณ 120 องศา ตะวันออก 11 องศา ใต้ เหนือมหาสมุทรอินเดีย ยังคงมีแต่เราเท่านั้น กับนกทะเลฝูงหนึ่ง นอกนั้น มีแต่ฟ้ากับน้ำ ก้อนเมฆ และดวงอาทิตย์ กับฝูงปลาน้อยใหญ่ ที่เรามองไม่เห็น อยู่ถัดลงไปใต้บาดาล

บริเวณแผนที่แถว ๆ นี้ เต็มไปด้วย คำเตือน Inadequately Survey หมายความว่าพื้นท้องทะเลแถว ๆ นี้ ยังได้รับการสำรวจไม่เพียงพอ ต้องเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจจะเจอสิ่งกีดขวางอันตราย ที่ไม่ปรากฏในแผนที่ด้วย นี่แสดงว่าเรากำลังเดินเรีออยู่ในพื้นที่ตกสำรวจอยู่ นอกจากนี้ก็ยังมีพื้นที่ทำประมง และพื้นที่ฝึกของทหารเรือออสเตรเลียด้วย

 DSCF6940

7 โมงกว่า ๆ ลงมาชงลาเต้ร้อน ๆ ดื่มรับยามเช้า เวลานี้คิดถึงเก้าอี้ชายหาดดี ๆ น่าเอาไปตั้งบนดาดฟ้าแล้วนอนอาบแดดเพลิน ๆ 555 คิดไปนั่น

พอ 8 โมง ก็ได้เวลาเข้ายามอีกแล้ว วันนี้มีงานของผู้การที่ทำเมื่อวานนี้มาให้แก้อีกนิดหน่อย ซึ่งก็แก้ไปตามคำสั่ง ไม่มีอะไรขัดข้อง

เมื่อคืนนี้ฝันว่าได้เล่นเน็ต ได้เช็คเมล์ ได้เข้า Amazon Associate เช็คค่าคอมฯ เสร็จแล้วในฝันก็ระลึกขึ้นได้ว่า นี่มันไม่จริงนี่นา นี่เรากำลังฝันอยู่นะ แปลกดี ที่ในฝันรู้ตัวว่าตัวเองกำลังฝัน 555 มีแบบนี้ด้วยเรอะ แต่จำไม่ได้แล้วว่า หลังจากระลึกได้แล้ว ฝันว่าอะไรต่อ

11 โมง เริ่มเห็นเรือบ้างแล้ว คิดว่าเป็นเรือประมง จำนวน 4 ลำ รูปทรงแปลก ๆ ไม่รู้ว่าเป็นของออสเตรเลีย หรือ ติมอร์ เสียดายที่อยู่ไกลเกินกว่าจะถ่ายรูป เลยไม่มีรูปเป็นที่ระลึกเลย

เที่ยงทานข้าวเสร็จแล้วก็ขึ้นมานอนเลย เพราะว่าง่วงมาก ๆ พอตอนบ่ายสองกว่า ๆ ก็ได้ยินประกาศให้ขึ้นมาชมปลาโลมา เราก็รีบลุกขึ้นมาใส่ชุดหมี แล้วถือกล้องออกไปที่สะพานเดินเรือ แต่ไม่ทันแล้ว พี่เสบอกว่า มันว่ายสวนไปแล้ว อดอีกแล้ว อยากเจอเต็ม ๆ นาน ๆ จัง

แล้วตอนบ่ายก็มีการร่วมกันเล่นกายบริหารราชนาวี ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่เป็นแบบเฉพาะของทหารเรือเท่านั้น คิดค้นโดยเสด็จเตี่ย ปกติจะไม่ค่อยได้เล่นกัน จะมีเฉพาะในโรงเรียนทหารเรือ เช่น โรงเรียนนายเรือ และโรงเรียนชุมพลฯ ส่วนที่เรือนี่ทุกคนเล่นเป็นหมด แต่ก็ลืม ๆ กันไปบ้าง แต่เนื่องจากการเล่นกายบริหารราชนาวีนั้น ถือเป็นหน้าที่ของจ่าเหล่าทัศนสัญญาณ ที่จะต้องนำเล่นกายบริหารได้ ดังนั้น จึงยังมีคนที่แม่นเรื่องท่าอยู่

DSCF6964

ระหว่างที่กำลังออกกำลังกายอยู่นี้ ก็มีโลมาฝูงหนึ่งมาเล่นน้ำอยู่ข้าง ๆ เรือด้วย แต่ถ่ายรูปไว้ไม่ได้ตามเคย และตอนนี้ทะเลก็เรียบมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่เมื่อช่วงเที่ยงยังมีคลื่นอยู่เลย แต่ตอนนี้เรียบเป็นกระจก Force 1 เอง และตอนเลิกกายบริหารเสร็จ เราก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนท้องทะเลที่เราไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นั่นก็คือ ลูกปูเป็นจำนวนมากว่ายน้ำอยู่ที่ผิวน้ำ ด้วยเลนส์ของกล้องที่เรามีอยู่มันซูมไปไม่เห็นตัว แต่ก็พอถ่ายผิวหน้าทะเล ที่มีลูกปูเป็นจำนวนมากมาได้ ถ้ามองเพียงผิวเผินจะเหมือนฝนตก แต่เมื่อตั้งใจมองจะเห็นเป็นลูกปูอย่างที่ว่า ทีนี้ก็เลยเข้าใจแล้วว่า ที่เมื่อก่อนมีปรากฏการณ์ฝนปู ก็คงจะเป็นเพราะพายุได้หอบเอาปูที่อยู่ตามผิวหน้าน้ำทะเลแบบนี้ไปนั่นเอง

DSCF6975

พอหลังจากออกกำลังกาย เราก็เพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูป และวีดีโออยู่ตรงหัวเรือ ไปก้ม ๆ เงย ๆ บ้า ๆ บอ ๆ อยู่คนเดียวอีกแล้ว คราวนี้กล้องโดนน้ำทะเลซัดจากรูโซ่สมอด้วย แต่เปียกนิดหน่อย ซึ่งไม่ทำให้กล้องเสียหาย เรียกได้ว่า บอดี้ของฟูจิรุ่นนี้นี่แน่นหนาดีทีเดียว

DSCF6983

DSCF7013

DSCF7026

DSCF7036

DSCF7041

DSCF7056

DSCF7057

และวันนีพระอาทิตย์กับท้องทะเลก็สวยมาก เป็นสีฟ้า ชมพู แสด ม่วง แปลกประหลาด อย่างที่ไม่ได้เห็นที่ไหนมาก่อนจริง ๆ

DSCF7065

DSCF7076

และทันทีที่พระอาทิตย์ตก ดวงจันทร์สุกปลั่งก็ขึ้นจากน้ำ วันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวงด้วย

DSCF7093

พอดีเห็นว่าเงาของดวงจันทร์ มันทำให้ดูเหมือนตัว i ก็เลยทำแบบนี้ซะเลย อิอิ คิดถึง

DSCF7086

หลังจากนั้นก็ไปเข้ายามตอน 6 โมงถึงสองทุ่ม ระหว่างที่เข้ายามก็แก้งานให้ผู้การ แล้วก็คุมลูกน้องวัด Consumtion ด้วย พอออกยามเสร็จก็ขึ้นมาอาบน้ำ วันนี้ได้อาบน้ำอุ่นเป็นวันแรก เพราะว่า ไม่ได้เดิน Heater มาตลอดทาง เป็นกุศโลบาย ไม่ให้ประจำเรือใช้น้ำเยอะ เพราะพอมีน้ำอุ่นใช้จะอาบน้ำกันสบายใจมาก แต่วันนี้ผู้การสั่ง ก็เลยเปิดให้ ซึ่งก็ทำให้ได้อาบน้ำอุ่น มีความสุขกันไป

หลังจากอาบน้ำแล้วก็นอนเลย รู้สึกเพลีย ๆ ยังงัยไม่รู้

 

Posted by: zedth | กรกฎาคม 17, 2008

โลมา

เข้ายามเที่ยงคืน-ตีสี่อีกแล้ว เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ หลับ ๆ ตื่น ๆ อีกแล้ว นอนเวลานี้ทีไร หลับยากทุกที เมื่อคืนนี้ก็เจอคลื่นลูกใหญ่ แต่พอตื่นมาคลื่นก็เบาลงไปเยอะ ก็เลยเข้ายามได้อย่างสบายใจ

ระหว่างที่เข้ายาม ก็ขึ้นมาเอาเสื้อผ้าเข้าเครื่องซักผ้า แล้วก็คุยกับน้าเหว่า และประคองในห้อง MCR วันนี้คุยนานเลย เกือบชั่วโมงได้ เราไม่ค่อยได้คุยกับลูกน้องแบบนี้เท่าไหร่นัก

พอออกยามก็มานอนต่อเลย วันนี้ฮะหมูไม่ได้มาแย่งที่นอนแล้ว แต่นอนได้ไม่นาน หกโมงก็ต้องตื่นมาฝึกสถานีรบ ฝึกเสร็จก็ทานข้าวต่อ แล้วจึงขึ้นมานอนต่อ พอสักสิบโมงก็ได้ยินประกาศเรียกลงไปที่ห้องโถงฯ ก็เลยรีบลุก แล้วเปลี่ยนชุดลงไปข้างล่าง ผู้การก็ให้งานกราฟฟิคมางานนึง พอรับงานมาเสร็จก็ไปอาบน้ำก่อน แล้วก็มานั่งทำที่ห้องต่อ พอสิบเอ็ดโมงกว่า ๆ ก็ลงไปทานข้าวกลางวัน แล้วไปเข้ายามตอนเที่ยงต่อ พร้อมกับหิ้วโน๊ตบุ๊คไปทำงานต่อ กว่าจะเสร็จก็เกือบ ๆ 3 โมง

เสร็จแล้วก็ไปตากลมบนปีกนกหน่อย วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าสดใจ คลื่นลูกใหญ่ แต่ไม่เมา ได้ถ่ายรูปคลื่นมาด้วย แต่ปรับภาพเป็นขาว-ดำ ลืมเปลี่ยน

DSCF6988

4 โมงเย็นออกยาม ขี้เกียจนอนแล้ว เดี๋ยวนอนตอนเที่ยงคืนทีเดียว เลยอ่านหนังสือ สลับกับดูซีรี่ส์ 24 ไปด้วย เพื่อรอทานข้าวเย็น พอประมาณ 5 โมงก็มีประกาศให้ขึ้นมาดูปลาโลมาทางกราบซ้าย เราก็เลยรีบวิ่งขึ้นมาเอากล้อง แล้วก็รีบไปที่ดาดฟ้าเปิด ก็เห็นฝูงปลาโลมาประมาณ 3-4 ตัว กำลังโดดขึ้นมาจากผิวน้ำอยูไกลลิบ ๆ ถ่ายรูปซูมมาแล้ว ก็ยังเห็นเป็นตัวเล็ก ๆ อยู่เลย แต่ก็ดีใจที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ บ้าง นอกจากพวกเรากันเอง เพราะวันนี้มีแต่เรือเราเท่านั้น ที่แล่นอยู่ในทะเลแถว ๆ นี้ มองออกไปก็เห็นแต่น้ำกับฟ้า พระอาทิตย์ พระจันทร์เท่านั้น

DSCF6995

ถ่ายรูปปลาโลมาได้แล้ว ก็ลงมาทานข้าวเย็น แล้วก็ออกไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก กับพระจันทร์ต่อ เห็นพระจันทร์เต็มดวงแล้วนึกขึ้นได้ว่าวันนี้วันอาสาฬหบูชานี่นา แล้วจะไปเวียนเทียนที่วัดไหนดีล่ะเนี่ย

DSCF6998

DSCF2003

แล้วก็กลับมาที่ห้อง มาเขียนไดอารี่ย้อนหลังตั้งแต่อยู่ที่บาหลี แล้วก็ไปเข้ายามตอนสองทุ่ม-เที่ยงคืนต่อ พอออกยามแล้วก็กินข้าวต้มไก่ร้อน ๆ ไปหนึ่งถ่วย แล้วก็แปรงฟัน เข้านอนเลย เพราะว่าปวดหัว กลัวจะไม่สบาย เพราะว่าช่วงนี้อากาศเย็นมาก ตั้งแต่เรือเข้ามาบาหลี อากาศในเรือก็เย็นมาตลอด หนาวมาก ๆ อยู่ในห้องนี่ต้องห่มผ้าสองชั้นเลย หนาวจริง ๆ

DSCF2011

Posted by: zedth | กรกฎาคม 16, 2008

Last Day in Bali

ตื่น 8 โมงเหมือนเดิม อันเนื่องมาจากความเพลีย พอตื่นแล้วก็เลยรีบอาบน้ำแต่งตัว วันนี้ใส่คอนแท็คเลนส์ด้วย เพราะอยากใส่แว่นดำไปเดินชายหาด

พอเข้าแถวแปดโมงครึ่งแล้ว ก็ลงมาทำโปสการ์ดส่ง โดยได้เลือกรูปตัวเองที่ถ่ายที่ Bedugul โดยฝีมือน้องเก่งมาทำ ซึ่งเที่ยวนี้ใช้ Inkjet พรินต์ภาพลงบนกระดาษอาร์ตมัน แล้วปิดทับด้วยสติ๊กเกอร์ใสเพื่อกันน้ำ แล้วเสริมความหนาด้วยกระดาษ 150 แกรมอีกชั้น ซึ่งพอออกมาแล้ว ไม่ค่อยสวยนัก เพราะว่าสติ๊กเกอร์ใสที่แปะทับทำให้ความสดของภาพลดลง และทำให้มัว ๆ ด้วย

DSCF6766

สาเหตุที่ต้องรีบทำเพราะว่า ตอนสิบโมง คณะนายทหารจะออกไปช๊อปปิ้งซื้อของฝากกัน เดี๋ยวตกรถ ก็เลยรีบทำ พอถึงสิบโมงก็ได้โปสการ์ดมา 6 ใบพร้อมส่ง เสร็จแล้วก็ไปขึ้นรถไปที่หาด Kuta ต่อเลย เพราะใกล้ท่าเรือ แล้วก็มีห้างใหญ่ กับร้านค้าเพียบ ก่อนไปก็ขอตังค์ rp 450,000 ที่น้องเก่ง ติดไว้ตอนแลกเงิน พร้อมหักค่าเสียหายที่เมื่อวันแรกไปกินกันมาด้วยเลย ก็เหลือประมาณ 3 แสนกว่ารูปี

P7160229

พอไปถึงก็แยกย้ายกันไปเดินกันตามอัธยาศรัย เราไปเดินที่ห้าง Discovery Shopping mall ซึ่งต้องเดินเลาะชายหาดไปประมาณ 10 นาที

P7160242

ระหว่างเดินมาที่ห้างนี้ ก็ได้เห็นเครื่องบินลงจอดที่สนามบินพอดี ถึงได้รู้ว่าสนามบินที่นี่มันอยู่ติดทะเลเลย ถ้าเครื่องบินแล่นเลยรันเวย์ก็คงตกทะเลไปเลยล่ะมั้ง แต่ดูท่าทางสนามบินจะสวยน่าดู

DSCF6928

พอไปถึงคณะก็แตก เพราะแต่ละคนอยากซื้อของไม่เหมือนกัน เราก็เดินวน ๆ ดูนั่นดูนี่ แต่ก็ยังไม่ได้ซื้ออะไร จนกระทั้งหิวเพราะข้าวเช้าก็ไม่ได้กินไปจากเรือ เลยซื้อขนมปัง BreadTalk มากินกับกาแฟ Starbucks แล้ววันนี้ใส่เสื้อ Unsleep Sheep มาด้วย พอเดินเข้าไปในใน Starbucks ก็เลยมีแต่คนมอง

DSCF6908

DSCF6910

พอกินขนมปังหมด ก็เดินหา พี่ ๆ น้อง ๆ ก็เจอกัน แล้วก็หายกันไปอีก จนใกล้ ๆ จะเที่ยงครึ่ง ซึ่งเป็นเวลานัดก็เจอฮะหมู ก็เลยเดินกลับจุดนัดพบพร้อมกัน

พอไปถึงที่จุดรวมพล ก็แบ่งชุดกลับไปก่อนชุดนึง อีกชุดนึงรอให้คนที่เหลือกลับมาแล้วค่อยกลับพร้อมกัน ซึ่งระหว่างที่รอนี่ เราก็เลยเพ้นต์เฮนน่าไปอีก 2 ลาย แต่คราวนี้ต่อราคาแบบสุด ๆ เลย ได้มาในราคา $3 กับอีก rp 10,000 ซึ่งก็ประมาณ 140 บาท สาเหตุที่เพ้นต์อีก ก็เพราะว่า จะได้รู้สึกว่า ราคารอยสัก(เทียม) โดยรวมจะได้มีราคาถูกลงนั่นเอง 555 3 ลาย 740 บาทตกลายละ 246 บาท ซึ่งครั้งนี้ก็ได้ลายนกฟินิกส์ กับลายกราฟฟิคติดไหล่อีกข้างหนึ่ง กับแผ่นหลังมาด้วย

DSCF6932

DSCF6933

พอบ่ายโมง คนมาครบก็กลับกัน แต่ระหว่างทางเรือ ต้นเรือโทรมาสั่งให้แวะซื้อขนมปังแถวด้วย ก็เลยแวะคาร์ฟูร์ แต่ที่นี่ดันมีร้าน QuickSilver ลดราคา 65% ก็เลยได้ช๊อปกระหน่ำ ซัมเมอร์เซลล์ ซื้อกางเกงยีนส์มา 1 ตัว ลดแล้วเหลือ 800 กว่าบาท เสื้อยืดอีก 2 ตัว ตัวละ 350 บาท ของตัวเองตัวหนึ่ง ฝากพี่อีกตัว แล้วก็หมวกทรงป๊อบ แคลลอรี่ บลา ๆ อีกใบ ใบนี้ไม่ลด ราคา 750 บาท แต่พอจับปุ๊บนี่ติดมือมาปั๊บเลย แกะไม่ออก 555 แต่ใบในรูปนี้ไม่ได้ซื้อนะ จริง ๆซื้อสีดำ-เงิน ส่วนคนอื่น ๆ ก็ซื้อเยอะเหมือนกัน

DSCF6937 

สรุปว่าโดนไป 2,000 กว่าบาท ก่อนถึงเรือ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะขนมปังนี่คงไม่เสียเงินขนาดนี้นะเนี่ย สรุปแล้ว ที่บาหลีนี่หมดไป 100 กว่าเหรียญ หรือประมาณ 4,000 บาทเห็นจะได้

ก่อนขึ้นเรือเจอตอนหย่องพอดี ก็เลยฝากโปสการ์ด 4 ใบ ถึงที่บ้าน , คุณ VAR , ป้ามายา และก็ SAM พร้อมกับฝากตังค์เป็นเงินไทยอีก 150 บาท เพราะว่าแบงค์รูปีหมดเกลี้ยงเลย ไม่รู้ว่าค่าแสตมป์ที่นี่เท่าไหร่ แต่เห็นพี่เสรีบอกว่าเกือบ ๆ 40 บาท แล้วก็กำชับว่าแสตมป์ตราประทับบาหลีด้วยนะ

อยู่ที่บาหลีนี่ ไม่มีโอกาสได้เล่นเน็ตเลย เพราะว่าไม่มีเวลาเท่าไหร่ GPRS ก็เล่นไม่ได้ เสียดายที่ไม่มีเน็ตคาเฟ่แถว ๆ ท่าเรือ

ตอนเย็นเราก็ออกเรือ เพื่อเดินทางไปดาร์วินต่อ ซึ่งเหลือระยะทางอีกประมาณ 600 กว่าไมล์ คราวนี้เราเดินทางลงใต้ไปอีก ซึ่งเป็น มหาสมุทรอินเดีย แล้ว พอเรือออกมาปุ๊บ ก็เจอคลื่นใต้น้ำทันที ถ้ามองท้องทะเลแล้วจะมีคลื่นลูกเล็ก ๆ แต่ใต้น้ำนี่เจอแรงคลื่นมหาศาลจนเรือโคลง ทีแรกคิดว่าเที่ยวนี้คงหนักแน่ ๆ แต่พอมาเข้ายามเที่ยงคืนแล้วก็ยังโออยู่

Posted by: zedth | กรกฎาคม 15, 2008

รับน้ำมัน

ตื่นแปดโมงเช้า อาบน้ำ แต่งตัว ไปแถวตอน 8 โมงครึ่ง เลิกแถวแล้วก็เดินลงเรือไปหน้าท่าเพื่อซื้อบัตรเติมเงินโทรศัพท์ ซึ่งก็ได้บัตรราคา rp 100,000 แต่ชาร์จ rp 5,000 หรือ 20 บาท แพงมาก ขูดเลือดยิ่งกว่าล๊อตเตอร์รี่บ้านเราอีก แต่ก็ต้องเอาเพราะว่าข้างนอกมันก็ชาร์จราคานี้ ขนาดบอกว่าเมื่อวานนี้ซื้อราคานี้ ไม่เห็นชาร์จเลย มันยังทำมึนจำไม่ได้ พอดีไม่มีเวลาเถียงด้วย เลยรีบ ๆ จ่ายตังค์แล้วขึ้นเรือ

9 โมงกว่า ๆ เรือน้ำมันก็มาเทียบ เพื่อส่งน้ำมัน วันนี้มีภารกิจหลายอย่างคือ ต้องรับน้ำมัน และรับน้ำ และเตรียมงานเลี้ยงบนเรือเย็นนี้

แต่ภารกิจหลักโดยหน้าที่ก็คือ รับน้ำมัน และน้ำ ซึ่งวันนี้เราต้องเป็นคีย์แมน เพราะว่า ชก. ก็ปล่อย เราเลยต้องรับหน้าที่เอง ซึ่งพอเรือน้ำมันมาเทียบปุ๊บ เราก็ลงไปจดมาตรวัด ตรวจน้ำ แล้วเอาตัวอย่างน้ำมันมาตรวจที่เรือ

DSCF6874 

หลักการก็ง่าย ๆ คือ ขั้นแรกตรวจด้วยสายตาว่า มีน้ำ มีตะกอนมั๊ย ถ้าไม่มี ให้ดูขั้นต่อไปว่า ใสมั๊ย คือต้องดูว่า ถ้าเอาหนังสือไปวางไว้หลังขวดน้ำมัน แล้วเรามองทะลุผ่านชั้นน้ำมันและขวดผ่านเข้าไป จะอ่านหนังสือที่อยู่หลังขวดออกมั๊ย ถ้าอ่านออก แสดงว่า คุณภาพผ่าน ขั้นตอนนี้เรียกว่า Clear & Bright ถ้ามันขุ่น มองไม่เห็นตัวหนังสือ ต้องไปตรวจขั้นต่อไป ที่เรียกว่า BS&W Test ย่อมาจาก Bottom Sediment &Water Test ซึ่งที่เรือจะมีเครื่อง Centrifugal เพื่อหาตะกอน และน้ำที่ปนอยู่ในน้ำมัน โดยแค่เหวี่ยงน้ำมันในหลอดทดลอง ด้วยความเร็วสูง ประมาณ 1,500 รอบต่อนาที เป็นระยะเวลา 15-20 นาที ตะกอน น้ำ และน้ำมัน ก็แยกตัวออกจากกัน โดยตะกอนก็จะไปนอนก้น ส่วนน้ำ และน้ำมันจะเป็นชั้นต่อไปตามลำดับ ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องผ่านอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นมันคงมาขายเราไม่ได้ แต่เราก็ต้องเช็คเพื่อความแน่ใจ และเป็นหลักฐานทางราชการด้วย

DSCF6861 

กว่าจะรับน้ำมันเสร็จก็ได้ปีนขึ้นปีนลงเรือน้ำมัน กับเรือเราเป็นสิบ ๆ รอบเลย ทั้งลงไปเก็บน้ำมันตัวอย่างเอง ทั้งคอยไปเช็คมาตรวัด แล้วก็คอยลงไปอยู่เป็นเพื่อน ลูกน้องที่นั่งเฝ้าอยู่ด้วย

DSCF6881

พอรับน้ำมันเสร็จ ก็ไปรับน้ำต่อ ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาก ดูมาตรวัดให้ตรงกันก็พอแล้ว ส่วนเรื่องการตรวจคุณภาพน้ำนั้นไม่ได้ทำ ใจจริงก็อยากทำเหมือนกัน แต่ไม่มีความรู้แฮะ อันที่จริง ที่ วศ.ทร. ก็มีเปิดหลักสูตรนี้เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ นายทหาร ก. จะไม่ได้ไปเรียน แล้วคนประจำเรือ ก็ไม่นิยมไปเรียนด้วย เราเองก็อยากเรียนนะ เนื่องจากจะได้เอามาใช้กับเรือพุทธได้ด้วย เพราะหลักการการตรวจน้ำเข้าหม้อน้ำ ก็คงจะคล้าย ๆ กัน เอาไว้ถ้ามีเวลาว่าง คงต้องหาเวลาไปเรียนซะแล้ว แต่ถึงจะไม่ได้ตรวจ แต่คุณภาพน้ำก็คงจะไว้วางใจได้ เพราะเป็นน้ำประปา และท่าที่จอดเรือนี้ก็เป็นท่าเรือหลักของพวกเรือยอร์ช เรือสำราญอยู่แล้ว แล้วพวกฝรั่งก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่า ใส่ใจกับเรื่องพรรค์นี้แค่ไหน ด้งนั้นจากปัจจัยแวดล้อมแล้ว เชื่อได้ว่าน้ำที่นี่สะอาดพอ

กว่าจะเคลียร์งานทั้งหมดได้ ก็บ่ายสองเข้าไปแล้ว ซึ่งงานในหน้าที่เสร็จแล้ว ก็ต้องมาทำงานพิเศษต่อ นั่นก็คือทำมัลติมีเดีย เพื่อฉายในงานเลี้ยงคืนนี้ ซึ่งคอนเซ็ปต์ก็คือ ประมวลภาพถ่ายและวีดีโอ ตั้งแต่ตอนที่อยู่สัตหีบ จนเดินทางมาถึงที่บาหลีนี่ ซึ่งเราก็มาทำเสร็จตอนประมาณ 6 โมง แต่ตอนเรนเดอร์ให้เป็นไฟล์วีดีโอพร้อมฉายนี่สิ กินเวลาเป็นชั่วโมง ซึ่งกว่าจะได้ฉายก็ประมาณทุ่มนึง แถมตอนฉาย เสียงก็ไม่ออกอีก ไม่รู้เป็นอะไร แก้ปัญหาไม่ทันแล้ว ก็เลยได้แต่เปิดเพลงประกอบคลอไปเบา ๆ กลายเป็นไม่น่าสนใจไปเลย

เมื่อเสร็จงานแล้ว ก็เลยหาอะไรกินเล็กน้อย แล้วก็กลับเข้าห้องเลย ไปหาคำตอบว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ซึ่งก็น่าจะเป็นผลมาจากตัว Ulead Video Studio 10.0 นี่แหละ โปรแกรมตัวนี้นี่อันตรายสุด ๆ ถ้าไม่สร้างงานดี ๆ ออกมาก็เละเป็นโจ๊กเลย เรื่องแฮงค์ยังคงมาเป็นอันดับหนึ่ง แถมตอนนี้มีอาการ มองไม่เห็นไดรฟ์ดีวีดีอีก ทำให้เบิร์นแผ่นหนังจากโปรแกรมนี้โดยตรงไม่ได้เลย ต้องเบิร์นเป็น Image File หรือ DVD Folder ก่อน หรือไม่ก็เรนเดอร์เป็นไฟล์วีดีโอ แล้วค่อยไปใช้ พวกโปรแกรม Burning ไรต์แผ่นอีกที

แล้วที่โคตรจะเซ็งสุด ๆ คือ ไฟล์ Mpeg ที่ได้ ดันเอาไปไรต์ใน Nero ไม่ได้ คือตอนที่ลอง Preview ใน Nero ปรากฏว่าภาพวีดีโอฉายได้ แต่เสียงไม่ออก กลายเป็นเสียงซ่า ๆ ทำให้เราตัดสินใจไม่ไรต์แผ่นตอนนั้น แต่มาลอง Render ไฟล์ใหม่อีกที ซึ่งไฟล์ตัวหลังนี้ สามารถไรต์ด้วย Nero ได้ ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งข้อนี้สันนิษฐานได้ว่า ตอนที่เรนเดอร์ไฟล์ครั้งแรก แรมในเครื่องคงโดนสูบไปเยอะ ทำให้มีบัฟเฟอร์เหลือตอนเรนเดอร์น้อย ทำให้ไฟล์เสียงที่บีบอัดอยู่ในไฟล์วีดีโอมีปัญหา ทำให้โปรแกรมในเครื่องที่ฉาย อ่านแทร็คเสียงไมได้ ก็เลยได้ยินเป็นเสียงซ่า ๆ ออกมา

พอเคลียร์ปัญหาคาใจได้แล้ว ก็เลยออกไปที่งานเลี้ยงอีกรอบ แต่แขกก็กลับกันไปจะหมดแล้ว เหลืออยู่แต่พวกเรากันเอง ก็เลยไปตักต้มยำกุ้งมากินอีกถ้วยนึง แล้วก็เข้าห้องเปลี่ยนชุดนอนเลย วันนี้เหนื่อยมาก ๆ เพราะติดพันมาตั้งแต่เมื่อวานที่เข้ายามเที่ยงคืน - ตีสี่ แล้วก็ไปเที่ยวอีกทั้งวัน แถมวันนี้ก็ทำงานตลอดไม่ได้พักเลย แบตฯก็เลยแทบจะหมด รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน ที่ไม่ได้อยู่จนเก็บงาน แต่ไม่ไหวจริง ๆ วันนี้

Older Posts »

หมวดหมู่